เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

สภาฯ ไม่ผ่านร่าง กม. สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ในที่ทำงาน

by twoseadj @September,02 2010 14.51 ( IP : 202...248 ) | Tags : ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

ร่างพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ค้างเติ่งกลางสภา หลังอภิปรายยาวเรื่องรูปแบบองค์กร ท้ายสุดที่ประชุมส.ส.ตัดสินใจไม่โหวตในวาระ 2-3 ให้กมธ.ถอนร่างกลับไปทบทวนใหม่

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 53 เวลา 13.00 น. ณ อาคารรัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ....ที่คณะกรรมการวิสามัญฯได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวผ่านวาระที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 52 สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบรับหลักการ ทั้ง "ร่างพรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ...." (ร่างรัฐบาล) และ "ร่างพรบ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ...." (ร่างภาคประชาชน) และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 52 จนถึงวันที่ 11 พ.ย. 53 รวม 5 เดือน มีการประชุม 21 ครั้ง จนได้ร่างฯ ที่พร้อมเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3

คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ. รวม 72 มาตรา มีมติแก้ไขจำนวน 18 มาตรา โดยมีบทบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่อีก 2 มาตรา ซึ่งเป็นเรื่องการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีรายละเอียดการอภิปรายในสภาฯที่น่าสนใจในแต่ละมาตรา (ที่คณะกรรมาธิการขอแปรญัตติ) ดังนี้

มาตรา 3 ความตอนหนึ่งระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่บังคับใช้กับหน่วยราชการ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ยืนยันว่าแสดงถึงความไม่เสมอภาคในการคุ้มครองแรงงานอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยราชการที่ไร้การคุ้มครองใดๆ ทั้งที่ตามจริงแล้วหน่วยราชการควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องนี้

นายอาทิตย์ อิสโม กรรมการธิการและตัวแทนจากกระทรวงแรงงานแย้งว่า ในร่างพ.ร.บ.ได้ระบุชัดในบทเฉพาะกาลแล้ว การนำมาระบุในมาตรา 3 จะต้องแก้ไขในอีกหลายมาตราที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการคุ้มครองลูกจ้างในหน่วยราชการต่างๆ ทางกระทรวงแรงงานก็มีแนวโน้มที่จะนำเสนอเป็นร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแทน ทั้งนี้ที่ประชุมยืนยันตามนายอาทิตย์เสนอ

มาตรา 16 ให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยก่อนเข้าทำงาน ที่ประชุมย้ำเพิ่มเติมว่า เมื่อลูกจ้างเปลี่ยนงาน และ/หรือสถานประกอบการเปลี่ยนเครื่องจักร นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมจนเกิดความเข้าใจในเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนการเข้าทำงานใหม่ทุกครั้ง ที่ประชุมเห็นด้วยกับประเด็นนี้

มาตรา 24 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน  ควรคำนึงถึงสัดส่วนคณะกรรมการที่มีทั้งหญิงและชายที่สมดุล เพราะเดิมระบุแค่ให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของหญิง-ชาย ควรจะระบุอย่างชัดเจนในกฎหมายน่าจะดีกว่า เพราะเวลาแรงงานหญิงได้รับผลกระทบจากความไม่ปลอดภัยจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในด้านสรีระร่างกาย ซึ่งคณะกรรมการที่เป็นผู้หญิงจะสามารถมอง/ตัดสินใจผ่านแง่มุมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากมุมของผู้ชายได้ด้วย ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยในเรื่องนี้

มาตรา 39 นางสมบุญ ศรีคำดอกแค กรรมาธิการและตัวแทนจากเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน เสนอในที่ประชุมว่า เมื่อลูกจ้างต้องหยุดการทำงานซึ่งเป็นผลมาจากระบบการผลิตของสถานประกอบการที่ไม่ปลอดภัย หรือถูกพนักงานตรวจความปลอดภัยสั่งให้หยุดการผลิตชั่วคราว ลูกจ้างควรได้รับค่าจ้างเหมือนวันทำงาน เนื่องจากสถานประกอบการเป็นผู้หยุดการผลิตเอง หรือมีความจำเป็นต้องปิดเครื่องจักรเพื่อหยุดความไม่ปลอดภัย

นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ กรรมาธิการและตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา มองว่า กรณีที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างหรือไม่ ควรพิจารณาจากความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย เพราะบางกรณีจะมีเหตุจากที่ลูกจ้างเป็นผู้นัดหยุดงานหรือเป็นผู้หยุดระบบการผลิตเอง ไม่ใช่มาจากนายจ้างเพียงฝ่ายเดียว ในประเด็นนี้ที่ประชุมลงมติว่า ไม่เห็นด้วยกับที่นางสมบุญเสนอมา ให้คงยืนยันตามเดิม

มาตรา 44 นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการและส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอในที่ประชุมว่า ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่งในสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานแทน ไม่ควรตั้งในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอย่างที่ระบุไว้ในรายงาน เพื่อให้เกิดความอิสระในการบริหารงาน สามารถเข้าไปดูแลแรงงานได้ครบทุกด้าน ในประเด็นนี้ ที่ประชุมให้ยืนยันตามเดิมในรายงาน

มาตรา 46 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อหนึ่ง มีการระบุเรื่องการนำเงินกองทุนไปใช้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นรายปี ส่วนนี้ควรระบุให้ชัดเจนมากกว่านี้

มาตรา 51/1 นายสุทัศน์ เงินหมื่น จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอในที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการเสนอให้จัดตั้งสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นรูปแบบองค์การมหาชน  ซึ่งสงสัยว่ามีเหตุผลใดที่จะต้องจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน และจะใช้เงินจากแหล่งใด เรื่องนี้เป็นประเด็นเดียวกับที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ จากพรรคเพื่อไทย เสนอเช่นเดียวกันว่า ไม่เห็นด้วยว่าควรเป็นองค์การมหาชน เพราะภายใน 3 ปี ต้องออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะช้ามาก และโอกาสที่จะดูแลแรงงานก็จะล่าช้าตามไปด้วย

นอกจากนั้น นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ ยังเสนอในทิศทางเดียวกันว่า ภารกิจสถาบันเดิมมีใครดำเนินการอยู่แล้วหรือไม่ อย่างไร การตั้งองค์กรใหม่ในรูปแบบองค์การมหาชนจะซ้ำซ้อนหรือไม่ จำเป็นเพียงใด ผู้บริหารองค์การมหาชนเงินเดือนเท่าใด สิ้นเปลืองงบประมาณประเทศมากเพียงใด เป็นภาระประเทศหรือไม่ เป็นต้น

ในเรื่องนี้นายสถาพร มณีรัตน์ กรรมาธิการและส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ถือว่าเป็นหัวใจของความปลอดภัย และเป็นข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานรวมถึงหน่วยงานวิจัยแบบ สสส. มาโดยตลอด ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดที่เข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยแรงงานโดยตรง แต่ต้องชัดเจนในเรื่องระยะเวลาการจัดตั้ง และผู้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมควรเป็นผู้มีประสบการณ์ตรง เช่น ตัวแทนผู้ป่วย ที่ควรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสถาบันฯ ด้วย ฉะนั้นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาควรเป็นหน่วยงานอิสระ อาจอยู่ในกำกับของกระทรวงหรือรัฐบาลก็ได้ แต่ไม่ควรสังกัดหน่วยราชการโดยตรง เพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการและดำเนินการ เขากล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเป็นองค์การมหาชน ควรเป็นองค์การอิสระมากกว่า เพื่อนำไปสู่การลดความไม่ปลอดภัยในการทำงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการและส.ส.ประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าที่ต้องเป็นสถาบันในรูปแบบองค์การมหาชน คือ ทำหน้าที่เป็นเพียงน้ำมันหล่อลื่นเหมือน สสส. และการเป็นองค์การมหาชนรวดเร็วในการจัดตั้งมากกว่าการเป็นองค์การอิสระ

นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ กรรมาธิการและส.ส.ประชาธิปัตย์ เห็นว่า หน้าที่ของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย ควรเพิ่มเรื่องการจัดบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับผู้ใช้แรงงานเข้ามาเพิ่มด้วย เช่น การรักษาโรค การป้องกัน หรืองานวิชาการ เหมือนกับสถาบันสุขภาพเด็กราชินี เป็นต้น

มาตรา 51/2  นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ เสนอว่า ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯควรจะเปิดกว้างให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการประจำเท่านั้น และควรได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการบริหารสถาบันฯ เรื่องนี้ นายบุญยอดอภิปรายเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาแวดล้อมในการทำงาน ฯ ตามมาตรา 24-25 กับคณะกรรมการบริหารสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามมาตรานี้ อำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ อย่างไร และสถาบันแห่งนี้ทำหน้าที่อะไรมากมายที่จำเป็นต้องจัดตั้งขึ้นมาใหม่ เพราะคณะกรรมการตามมาตรา 24-25 ก็สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มประเด็นด้านวิชาการเข้าไปเท่านั้น จึงเสนอให้ตัดมาตรานี้ออกไป

มาตรา 51/3 นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ เสนอว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้เป็นองค์การมหาชน เห็นว่าควรเป็นองค์การอิสระภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เพราะงานด้านนี้ไม่ควรที่จะนำไปแสวงหากำไรในรูปแบบองค์การมหาชน เป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดบริการให้ผู้ใช้แรงงาน และเสนอให้ผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนี้ นอกจากนั้นแล้วพบว่ารัฐบาลสนับสนุนเงินทุนอยู่แล้ว ถ้าจัดตั้งองค์การมหาชนก็จะสิ้นเปลืองงบประมาณมากยิ่งขึ้น

โดยสรุป ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขอถอนเฉพาะหมวดนี้เพื่อนำกลับไปปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง แล้วค่อยนำมาพิจารณาในสภาฯ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

มาตรา 72 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย เสนอว่า ในมาตรา 72 ควรเขียนใหม่ว่าการออกกฎกระทรวงควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี แต่ถ้ายังไม่มีกฎกระทรวงให้อนุโลมให้ใช้พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แทน นอกจากนั้นแล้วที่ประชุมยังเห็นว่าการออกกฎกระทรวงสามารถดำเนินการได้ภายใน 180 วันก็น่าจะเพียงพอแล้ว ระยะเวลา 3 ปีถือว่ายาวนานเกินไป

โดยสรุปมติของสภา วันนี้ยังไม่มีการลงมติในวาระ 2-3 โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขอถอนร่างพรบ.ฉบับนี้ออกจากสภาฯ เพื่อไปพิจารณาในหมวด 6/1 เรื่องความเป็นองค์กร ว่าจะตั้งเป็นองค์การมหาชน องค์กรอิสระ หรือในรูปแบบอื่นๆ แล้วค่อยกลับมาเสนอต่อสภาฯ เพื่อลงมติในวาระ 2-3 ต่อไป

แสดงความคิดเห็น

« 1100
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง