บทความ
สิทธิผู้บริโภคต้องรู้
ในชีวิตประจำวันที่สังคมมีลักษณะบริโภคนิยม บางครั้งอาจทำให้ท่านในฐานะผู้บริโภค ตกอยู่ในสภาพถูกละเมิดสิทธิ เช่น การไม่ได้รับความปลอดภัยจากสินค้าหรือบริการที่ไม่มีคุณภาพ หรือ การไม่พอใจกับบริการที่ได้รับ ส่งผลให้มีความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ
การที่ผู้บริโภคจะตระหนักถึงสิทธิแล้วลงมือที่จะร้องเรียนเป็นสิ่งที่มิใช่ง่าย สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจสถานการณ์ผู้บริโภคของ 3 จังหวัด อันประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูลและสุราษฎร์ธานีดำเนินการโดยโครงการพัฒนาระบบเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้ พบว่า ตัวอย่างผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถาม จะมีวิธีการจัดการกับปัญหาเมื่อถูกละเมิดสิทธิที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ร้อยละ 65 ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก การนิ่งเฉยหรือทิ้งผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา ส่วนการร้องเรียนมีจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
ในระหว่างกระบวนการร้องเรียนอาจจะทำให้ผู้บริโภคหลายคนหมดกำลังใจหรือเกิดความท้อแท้ จำเป็นต้องมีภาระค่าใช้จ่ายตามมา เช่น การต้องนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพไปคืนหรือเปลี่ยนที่ร้านค้า จนนำมาสู่การตัดสินใจไม่ยอมไปร้องเรียนตามสิทธิที่ผู้บริโภคพึงมี
ก่อนที่จะเริ่มร้องเรียน ผู้บริโภคต้องมั่นใจว่ากฎหมายมีการบัญญัติให้อำนาจไว้ “รู้สิทธิเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นลำดับแรก” แต่ในบางครั้งแม้กฎหมายจะให้รับรองสิทธิไว้ แต่บางครั้งการใช้ความเป็นมิตรหรือประนีประนอมก็เป็นส่วนที่จะช่วยเยียวยาจากการละเมิดสิทธิได้เช่นเดียวกัน
ผู้บริโภคต้องพึงร้องเรียนหรือทักท้วงสิทธิในทันทีที่สามารถดำเนินการหรือมีช่องทาง เมื่อปรากฏว่า เกิดปัญหาจากการบริโภคแล้ว ถ้าหากเราไม่ดำเนินการในทันทีก็อาจจะเข้าข่ายว่าท่านยอมรับถึงความบกพร่องในสินค้าที่ซื้อ อันส่งผลให้ท่านไม่ได้รับการเยียวยา ชดเชย คืนเงิน เปลี่ยนสินค้าอันใหม่ให้ และอาจจะได้รับการชดเชยแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น
ในกรณีที่สินค้าอันที่มีปัญหามีลักษณะทางกายภาพไม่เหมาะสมสำหรับการนำไปคืนหรือเปลี่ยนยังแหล่งจำหน่าย เช่น มีน้ำหนักมาก ยุ่งยากกับการขนส่งกลับ ท่านอาจจะใช้วิธีการเขียนจดหมายไปยังผู้จัดการร้าน เพื่อบ่งบอกรายละเอียดของปัญหาของสินค้าที่ซื้อไปและสอบถามวิธีการจัดกับสินค้าของร้านค้า อาจจะมีการส่งทางพัสดุไปยังร้านค้าที่ซื้อสินค้านั้นมา
Relate topics
- สนทนากลุ่ม "การเสริมพลังอำนาจต่อระบบการร้องเรียนขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดสงขลา"
- บัตรเครดิตหายมีคนนำไปรูด จะทำอย่างไร
- เติมเงินเหลือในมือถือลาภลอยให้เอกชนเดือนละ 6 พันล.
- เสนอ "กลไกคุ้มครองผู้บริโภค" ให้ว่าที่ กสทช.-ย้ำคำนึงถึงสิทธิพลเมืองด้วย
- คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ ไม่ต้องรอพระราชบัญญัติ
